8 มีนาคม 2562 ภัยแล้งลุกลาม หลายเขื่อนเหลือน้ำน้อย ขอชาวบ้านช่วยประหยัด

ที่มา: https://www.naewna.com/local/400019

ภัยแล้งเริ่มลุกลามหลายพื้นที่! เขื่อนลำปาวมีน้ำใช้ถึงมิถุนายน ส่วนที่เลย “น้ำหมาน”แห้งขอด หนักสุดในรอบ 32 ปี แพท่องเที่ยวขาดรายได้ ชลประทานมหาสารคามเตือนประหยัดการใช้น้ำ เผยภาพรวมอ่างเก็บน้ำ 17 แห่ง มีน้ำเพียงร้อยละ23 โดยเฉพาะ13 แห่ง น้ำต่ำกว่าครึ่ง ’บิ๊กฉัตร’เดินหน้าโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ ลำน้ำพุง-น้ำก่ำฯ เร่งแก้อุทกภัย-ภัยแล้ง จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่าปริมาณน้ำที่ลดลงนั้น ขณะนี้น้ำที่ใช้การได้มีเพียง 673 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 34 ซึ่งจะสามารถหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทาน 314,300 ไร่ครอบคลุม 30,000 ครัวเรือน และจะส่งน้ำเข้าอ่างห้วยสีทนเพื่อผลิตน้ำประปา ทั้งนี้แผ่นการจัดการน้ำเขื่อนลำปาวจะส่งน้ำไปยังพื้นที่การเกษตรและลำน้ำธรรมชาติประมาณวันละ 5.78 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งจะส่งลงลำชีวันละ 2.5 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะทำให้พื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและ จังหวัดยโสธร ได้รับประโยชน์ ส่วนอีกกว่า 3 ล้าน ลบ.ม.จะอยู่ในเขตชลประทาน 5 อำเภอของกาฬสินธุ์ คือ อำเภอยางตลาด อำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ และอำเภอร่องคำ ทั้งนี้ ผลจากปรากฏการณ์ฝนทิ้งช่วงที่คาดว่าจะเกิดปรากฏการเอลนิโญ จะทำให้น้ำมีพอใช้ถึงเดือนมิถุนายนนี้ จึงขอความร่วมมือให้ช่วยกันประหยัดน้ำ ที่จังหวัดเลย อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบน กลุ่มแม่บ้านขายของในสถานท่องเที่ยวอ่างเก็บน้ำ วอนรัฐช่วยเนื่องจากน้ำในอ่างเก็บน้ำหมานตอนบน ได้เกิดแห้งขอดและแห้งมากที่สุดในรอบ 32 ปี หลังจากการสร้างอ่างเก็บน้ำมา โดยชาวบ้าน 4 หมู่บ้านใน ตำบลน้ำหมาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ได้รับผลกระทบนักท่องเที่ยวหาย แพล่องไม่ได้ ด้านเกษตรขาดน้ำอย่างหนัก พืชรอแห้งตาย อ่างเก็บน้ำหมาน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาภูมิภาคจังหวัดเลย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวล่องแพ ที่เคยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ปัจจุบันไร้นักท่องเที่ยวชาวบ้านขาดรายได้ ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มแม่บ้านล่องแพบ้านโป่งเบี้ย ตำบลน้ำหมาน เปิดเผยว่าตั้งแต่ได้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นมา ปีนี้ถือว่าแล้งที่สุดในรอบ 32 ปี ขณะนี้ชาวบ้านที่ทำเกษตรหวังพึ่งอ่างเก็บน้ำก็ไม่ได้ด้านล่างน้ำในหมู่บ้านไม่มีน้ำเลย คูคลองแห้งขอดหมด แม้ชาวบ้านปลูกแก้วมังกรที่เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ก็ยังจะยืนต้นตาย ส่วนด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะมาล่องแพก็ลำบาก นักท่องเที่ยวต้องเดินลงจากฝั่งถึงแพต้องเดินขึ้นลงไกลกว่า 50-60 เมตร ทำให้ขึ้นยากลงยาก แถมทิวทัศน์เมื่อน้ำแห้งก็ขาดความสวยงาม กลุ่มแม่บ้านที่ได้รวมตัวกันทำแพบริการนักท่องเที่ยวและทำกับข้าวขายให้นักท่องเที่ยว ต่างขาดรายได้ นักท่องเที่ยวหาย จึงอยากจะวอดรัฐช่วย อย่างน้อยขอทำฝนเทียมให้มาตกที่ต้นน้ำอ่างเก็บน้ำ ขอให้น้ำในอ่างเพิ่มอีกนิดการล่องแพจะได้สะดวดขึ้นเรียกนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวอีกครั้ง ผอ.โครงการชลประทานมหาสารคาม เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้มีแนวโน้มจะรุนแรงกว่าทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานและพื้นที่นอกเขตลุ่มน้ำชีอาจประสบปัญหาอย่างมาก เพราะขณะนี้แหล่งน้ำธรรมชาติตามลำห้วย คลอง และหนองน้ำปริมาณน้ำลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่ภาพรวมของอ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 17 แห่ง มีน้ำเก็บกักเหลือเพียง 18.782 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 23.07 จากความจุรวม 81.42 ล้านลูกบาศก์ลูกเมตร ในจำนวนอ่างเก็บน้ำพบว่า 13 แห่ง มีน้ำต่ำกว่าครึ่ง คือ ไม่ถึงร้อยละ 30 ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยค้อ อำเภอนาเชือก อ่างเก็บน้ำห้วยขอนสัก อำเภอโกสุมพิสัย อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน อ่างเก็บน้ำห้วยคะคาง อ่างเก็บน้ำหนองกระทุ่ม อำเภอเมือง อ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำ อ่างเก็บน้ำหนองบ่อ อ่างเก็บน้ำห้วยประดู่ อ่างเก็บน้ำร่องหัวช้าง อ่างเก็บน้ำเอกสัตย์สุนทร อ่างเก็บน้ำหนองคูขาด อำเภอบรบือ อ่างเก็บน้ำหนองไฮ และอ่างเก็บน้ำฮ่องซองแมว อำเภอวาปีปทุม ทั้งนี้ ชลประทานจังหวัดมหาสารคาม ได้ประชาสัมพันธ์เพื่อขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้ใช้น้ำอย่างประหยัด รักษาแหล่งน้ำให้สะอาด รวมทั้งสำรองน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภค การผลิตประปาหมู่บ้าน และเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้น้ำมีเพียงพอไปตลอดฤดูแล้ง ส่วนนอกเขตชลประทาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือกันเพื่อเตรียมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด วันเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้าง ประตูระบายน้ำลำน้ำพุง-น้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปโครงการฯการ ณ บริเวณพื้นที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำลำน้ำพุง-น้ำก่ำฯ ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร โครงการประตูระบายน้ำลำน้ำพุง–น้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เป็นการก่อสร้างประตูระบายน้ำหัวงานและคลองผันน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผันน้ำหลากของลำน้ำพุงก่อนที่จะไหลสู่พื้นที่ อ.โคกศรีสุพรรณและพื้นที่ลุ่มน้ำพุงตอนล่าง โดยการผันน้ำไปยังลำน้ำก่ำ รวมถึงการพัฒนาระบบชลประทานลุ่มน้ำพุงตอนกลางและตอนล่าง เพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ในช่วงฤดูแล้ง มีแผนงานโครงการ 5 ปี ระหว่างปี 2562-2566 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 2,100 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมงานก่อสร้าง